ความนิ่งของ เอเมรี ท่ามกลางผลงานช่วงออกสตาร์ต

แม้ว่า แอสตัน วิลลา จะเริ่มต้นสามเกมแรกในศึกพรีเมียร์ลีกด้วยการเก็บได้เพียงคะแนนเดียวและยังไม่สามารถเจาะตาข่ายคู่แข่งได้เลย แต่อูไน เอเมรี กุนซือใหญ่ของทีมยังคงรักษาความนิ่งสงบและไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด ภายในห้องแต่งตัวนักเตะทุกคนต่างคุ้นเคยกับการที่เขาเป็นบุคคลที่สุขุมที่สุด โดยมักจะมีความเข้มงวดและเรียกร้องจากลูกทีมมากขึ้นหลังจากได้รับชัยชนะมากกว่าตอนที่ทีมพ่ายแพ้เสียอีก

จอห์น แม็คกินน์ เคยบอกเล่าเรื่องราวในช่วงต้นของการทำงานเกือบสี่ปีของ เอเมรี ว่าผู้จัดการทีมรายนี้เคยมีอารมณ์ฉุนเฉียวตอนพักครึ่ง ไม่ใช่เพราะฟอร์มการเล่นในสนามที่ไม่เป็นไปตามเป้า แต่เป็นเพราะเห็นกัปตันทีมต่อว่าเพื่อนร่วมทีม ซึ่งในมุมมองของกุนซือชาวสเปนมองว่านั่นคือการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น แทนที่จะเอาเวลาไปมองหาทางออกของเกม

สถานการณ์ล่าสุดที่ วิลลา บุกไปเสมอ ฮัลล์ ซิตี้ แบบไร้สกอร์ แม้จะไม่ใช่เกมที่น่าประทับใจนัก แต่ลูกยิงตรงกรอบครั้งเดียวของทีมในฤดูกาลนี้มาจาก จอร์จ เฮมมิงส์ วัย 19 ปี ในนาทีที่ 13 ซึ่งแข้งรายนี้ยังเป็นคนสร้างโอกาสทองให้ เอมิเลียโน บูเอนเดีย ด้วย ทำให้ เอเมรี ยังคงเชื่อมั่นว่าทีมจะสามารถกลับมาสร้างผลงานที่เกินความคาดหมายได้อีกครั้ง

บทเรียนจากอดีตและแนวทางการทำงานอันเข้มงวด

สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ วิลลา เพราะในฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาก็เคยตกอยู่ในสภาพไร้แต้มในช่วงแรก และต้องรอเวลาถึงเกมที่เจ็ดในทุกรายการกว่าจะคว้าชัยชนะนัดแรกได้สำเร็จ โดยเป็นประตูชัยของ แม็คกินน์ ในเกมยูโรปาลีกที่เอาชนะ โบโลญญา ก่อนที่หลังจากนั้นทีมจะเดินหน้าคว้าชัยชนะได้ถึง 17 จาก 19 นัดถัดมา

ก่อนการแข่งขันนัดดังกล่าว ผู้เล่นจะถูกเรียกประชุมวิเคราะห์คู่แข่งอย่างละเอียดตั้งแต่ช่วง 11.30 น. จนผู้เล่นอย่าง แม็คกินน์ ระบุว่าเดินเข้าไปในห้องประชุมราวกับหุ่นยนต์ จากการที่ เอเมรี เน้นย้ำเรื่องตำแหน่งการยืนและแท็กติกอย่างละเอียด โดย จอน ดูรัน ซึ่งปัจจุบันย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ เบนฟิกา จาก อัล-นาสเซอร์ เป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่เคยขอออกจากห้องประชุมก่อนเวลา

เอเมรี ระบุว่า เมื่อครั้งเริ่มต้นโครงการนี้ เป้าหมายสูงสุดยังไม่คิดว่าจะได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปติดต่อกันถึงสี่ปีด้วยซ้ำ แม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็เป็นความทะเยอทะยานของเจ้าของสโมสร ซึ่งได้ตั้งมาตรฐานร่วมกับนักเตะไว้สูง และตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องเดินหน้าสู่บทบาทใหม่ของทีม

ภารกิจยุโรปและมุมมองต่อการคัมแบ็ก

วิลลา มีคิวลงสนามพบกับ คลับ บรูช ในวันอังคารนี้ ซึ่งนับเป็นการพบกันเป็นครั้งที่สี่ในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยทีมหวังใช้เวทียุโรปเป็นตัวจุดประกายฤดูกาลอีกครั้ง หลังจากฤดูกาลก่อนพวกเขาสร้างความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ยูโรปาลีก และได้สิทธิ์กลับมาเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อีกครั้ง รวมถึงยังมีโปรแกรมออกไปเยือน บาร์เซโลนา รออยู่ในเดือนพฤศจิกายน

เอมิเลียโน บูเอนเดีย ที่ได้ออกสตาร์ตตัวจริงทั้งสี่นัดในซีซั่นนี้ เปิดเผยว่า แม้จะไม่ใช่การเริ่มต้นอย่างที่ต้องการ แต่ทุกคนพยายามมองหาแง่บวกจากทุกแมตช์ และมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนโมเมนตัมเรื่องผลการแข่งขันเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา ส่วนตัวของ เอเมรี เองก็ยังคงได้รับพลังจากความท้าทายนี้ แม้จะยอมรับว่าบางครั้งเขาจำเป็นต้องงีบหลับพักผ่อนหลังจากการทำงานหนักในช่วงเช้าที่ บอดีมัวร์ ฮีธ

การปรับจูนขุมกำลังและผู้เล่นหน้าใหม่

หลังจากลงเล่นศึกซูเปอร์คัพและพ่ายแพ้ให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อไม่ถึงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา วิลลา ได้ดึงนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพถึง 11 ราย อย่างไรก็ตาม ในเกมลีกนัดล่าสุดกับ ฮัลล์ มีเพียง ไซออน ซูซูกิ และ นิโคลัส แจ็คสัน เท่านั้นที่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ขณะที่ มัตเตโอ รุจเจรี, อารอน วาน-บิสซากา และ อเลฮานโดร การ์นาโช ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง

ด้าน เทย์เลอร์ ฮาร์วูด-เบลลิส กองหลังค่าตัว 25 ล้านปอนด์ ไม่มีชื่อในทีมชุดสู้ศึกแชมเปียนส์ ลีก ทำได้เพียงนั่งชมเกมที่ยอร์กเชียร์ ส่วน ชูเอา โกเมส โดนใบแดงไล่ออกตั้งแต่เกมประเดิมสนาม ขณะที่ เลออน โกเร็ตซ์กา ที่ย้ายมาแบบไร้ค่าตัวจาก บาเยิร์น มิวนิค จะหมดสิทธิ์ลงเล่นจนถึงอย่างน้อยเดือนตุลาคมเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า เช่นเดียวกับ โยฮัน มันซัมบี ที่อยู่ระหว่างเร่งฟื้นฟูความฟิตจากอาการเจ็บเข่าและอาจมีลุ้นลงสนามพบ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในวันเสาร์นี้

การหลอมรวมนักเตะใหม่เข้ากับระบบต้องใช้เวลา ดังเช่นกรณีของ ยูริ ตีเลอมันส์ ที่เคยต้องรอถึงสี่เดือนกว่าจะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงให้ วิลลา ก่อนจะกลายเป็นแกนหลักที่ขาดไม่ได้ ซึ่ง เอเมรี เน้นย้ำว่าทีมกำลังมีความคืบหน้า แม้ผลการแข่งขันจะยังไม่ดีพอ และการลงเล่นในยุโรปนัดถัดไปจะเป็นบททดสอบครั้งใหม่ของทีม